ประธาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่าน ที่สหรัฐฯ และ 5 ชาติมหาอำนาจลงนามไว้ในสมัยของอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา เมื่อปี 2558 ซึ่งนายทรัมป์ถือว่า เป็นข้อตกลงที่ ผุพังและเน่าเหม็น (Decaying and Rotten) เป็นที่น่าละอายใจของชาวอเมริกัน เพราะไม่สามารถสร้างสันติภาพ และสันติสุขที่แท้จริงให้เกิดขึ้นได้

โดยข้อตกลงที่เรียกว่า แผนปฏิบัติการร่วมอย่างสมบูรณ์ นั้น อิหร่านตกลงที่จะระงับกิจกรรมเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรของสหประชาชาติ, สหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ซึ่งจากนี้ไป สหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรกับอิหร่านอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าข้อตกลงกับอิหร่าน เป็นเพียงการกำหนดระยะเวลาแบบจำกัด ในการห้ามอิหร่านดำเนินกิจกรรมด้านนิวเคลียร์ แต่ไม่สามารถจะยับยั้งอิหร่าน ไม่ให้พัฒนาขีปนาวุธได้ และถือเป็นการยื่นเงินถึง 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่อิหร่าน เพื่อนำไปใช้พัฒนาอาวุธการก่อการร้าย และสร้างความขัดแย้งทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

รัฐบาลอิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย ได้ออกมาชื่นชมการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯ ขณะที่อดีตประธานาธิบดี โอบามา กล่าวว่า เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด โดย รัสเซีย ได้ออกแถลงการแสดงความไม่พอใจการตัดสินใจของผู้นำสหรัฐฯล่าสุด ประธานาธิบดี ฮัซซัน โรฮานี ของอิหร่าน ได้ตอบโต้ด้วยการสั่งให้องค์การพลังนิวเคลียร์ ของอิหร่าน เตรียมพร้อมเดินเครื่องเสริมสมรรถะแร่ยูเรเนียม เพื่อใช้เป็นพลังงานนิวเคลียร์ และผลิตอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป

ขอบคุณข้อมูล จาก ch7